“ชาวสะเมิง” เดินตาม “พ่อ” 
ลงแรงสร้างฝายชะลอน้ำ 4,500 ฝาย
 

ตามรอยพระบาทพ่อแบบพอเพียง 

       

“ฝายแม้ว” หรือ “ฝายชะลอน้ำ” เป็นชื่อเรียกแบบพื้นบ้าน ใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น เช่นกิ่งไม้ ก้อนหิน เพื่อกั้นน้ำในลำธารหรือทางน้ำเล็ก ๆ ให้ไหลช้าลง และขังอยู่ในพื้นที่นานพอที่จะทำให้พื้นที่โดยรอบดูดซึมไปใช้ซึ่งเป็นการฟื้นฟูป่าที่เสื่อมโทรมให้เป็นป่าสมบูรณ์ได้ โดยมีโครงการทดลองที่ห้วยฮ่องไคร้ จ.เชียงใหม่ และประสบความสำเร็จจนเป็นตัวอย่างให้กับโครงการอื่นต่อมา 

        เป็นอีกแนวทางที่เป็นไปตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสว่า “...พยายามจะทำอะไรที่ง่าย ๆ แล้วในที่สุดก็ทำง่าย ๆ แล้วได้ผล ก็เป็นหลักวิชาโดยอัตโนมัติ....” ที่ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ก็มีโครงการ “ตามรอยพ่อ ชาวสะเมิง สร้างฝายถวายในหลวง 80 พรรษา 45 หมู่บ้าน 4,500 ฝาย” ซึ่ง “ภูสวัสดิ์ สุขเลี้ยง” ประธานกรรมการองค์กรการป่ารักน้ำแห่งประเทศไทย บอกว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงทุ่มเทพระวรกายบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนในถิ่นทุรกันดาร องค์การจึงอยากทูลเกล้าฯ ถวายงานเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสมหามงคลทรงครองราชย์เป็นปีที่ 60 และถวายเป็นพระราชกุศลในวาระเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 

        “โครงการดังกล่าวจึงเกิดขึ้นเพราะทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูป่าไม้และต้นน้ำลำธารให้กลับสมบูรณ์ดังเดิมด้วยการสร้างฝายต้นน้ำขนาดเล็กใน อ.สะเมิง ซึ่งเป็นต้นน้ำลำธารขนาดใหญ่สายหนึ่ง หล่อเลี้ยงชาวเชียงใหม่มานาน” 

        “ภูสวัสดิ์” กล่าวว่า ตามรอยพ่อเป็นโครงการที่ดีจึงอยากให้คนไทยทุกคนร่วมมือช่วยกัน เพราะปัจจุบันก็มีปัญหาโลกร้อนที่กำลังเป็นที่หวาดวิตกไปทั่วโลก หากคนไทยไม่ช่วยกัน ในอนาคตเราคงลำบากไม่มีป่าต้นน้ำไม่มีน้ำใช้ในหน้าแล้ง 

        “ช่วงนี้ก่อสร้างไปแล้วบางส่วน โดย 1 ฝายใช้เงินเพียง 120 บาท ประกอบด้วยถุงปุ๋ย 30 ถุง ชาวบ้านบริจาคไม้ไผ่ยาว 1.5 เมตร ครัวเรือนละ 10 ท่อน ถุงปุ๋ย 1 ใบ ตอกมัดไม้ไผ่ 1กำ ตั้งเป้าไว้หมู่บ้านละ 100 ฝาย และสร้างเพิ่มเติมตามความจำเป็น” 

        “ภูสวัสดิ์” กล่าวว่า ฝายต้นน้ำมีรูปแบบต่างกันตามสภาพภูมิประเทศ ซึ่งโครงการตามรอยพ่อจะเน้นฝายชะลอน้ำแบบผสมผสาน ใช้วัสดุธรรมชาติเพื่อดักตะกอน ช่วยลดความเร็วและชะลอการไหลของน้ำ โดยสร้างในลำห้วยกว้าง 3-5 เมตร ลึก 0.50-1 เมตร 

        สำหรับฝายแบบผสมผสานมี 6 แบบ คือ 

        “ฝายคอกหมู” ใช้ไม้หลักเป็นแกนยึด ตีกรอบล้อมรอบ ภายในมีกระสอบฟางใส่ดิน ทราย หรือปูนซีเมนต์ ใช้หินเรียงด้านในคอกหมู 

        “ฝายไม้ไผ่” เหมาะกับพื้นที่ซึ่งมีไม้ไผ่มาก เพราะใช้ไม้ไผ่เป็นแกนยึด ทำเป็นกรอบภายในบรรจุดิน ตอกหลักด้วยไม้ไผ่ยึดดินไว้เพื่อความแข็งแรง ด้านหลังฝายเรียงด้วยหินขนาดใหญ่ 

        “ฝายกระสอบ” เหมาะกับลำห้วยที่มีความลาดชันน้อยปริมาณน้ำไม่มาก ห้วยไม่กว้างเกินไป 

        “ฝายลวดตาข่าย” มีทั้งแบบเทและไม่เทคอนกรีตทับ ซึ่งไม่ค่อยนิยมนัก 

        “ฝายหินทิ้ง” เหมาะกับลำห้วยที่มีหินจำนวนมาก ความลาดชันน้อย การไหลไม่มาก ส่วน 

        “ฝายภูมิปัญญาชาวบ้าน” นิยมทำกันในภาคเหนือเพื่อกั้นลำห้วยลำธาร และแม่น้ำทดน้ำเข้าลำเหมืองใช้ทำนา ซึ่งเป็นฝายที่ชาวบ้านทำมานานนับร้อยปี คงทนแข็งแรง แต่ต้องดูแลซ่อมแซมทุกปี 

        ด้าน “พล.ต.ธีรพัฒน์ อ่อนอรุณ” นายทหารนอกราชการด้านความมั่นคงและโครงการพระราชดำริ กองทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า สาเหตุที่หน้าฝนน้ำท่วมหน้าแล้งไม่มีน้ำ เพราะผืนป่าถูกทำลาย ความชุ่มชื้นไม่มีเหลือ และสาเหตุที่เลือก อ.สะเมิง ที่แม้จะเป็นภูเขาแต่ก็เป็นต้นน้ำลำธาร และชาวบ้านให้ความร่วมมือกันดีมาก 

        “ในหลวงมีพระราชดำรัสว่าถ้าเรามีการบริหารที่เรียกว่าแบบคนจน แบบที่ไม่ติดตำรามากเกินไป ทำงานอย่างมีความสามัคคี นี่แหละคือ เมตตากัน ก็จะอยู่ได้ตลอดไป ขณะที่พระราชินีพระราชดำริว่าป่ากับคนอยู่ด้วยกันได้ แต่ต้องไม่บังคับให้เขาทำ ต้องสร้างจิตสำนึกให้เขาพร้อมใจดูแลรักษาป่าต้นน้ำลำธารตลอดไป” 

        “พล.ต.ธีรพัฒน์” กล่าวว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ชาวบ้านในพื้นที่จึงมีหน้าที่ดูแลซ่อมแซมฝายด้วยความผูกพัน เพราะซาบซึ้งในประโยชน์ที่ได้รับจากฝาย ที่นอกจากช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผืนป่าบริเวณนั้นแล้ว ยังส่งผลให้การเกิดไฟป่าลดลง และรักษาหน้าดินด้วย 

        ขณะที่ “ปกรณ์ สุริวรรณ” ปลัดอาวุโสอำเภอสะเมิง กล่าวว่าชาวบ้านช่วยกันทำฝายได้กว่า 300 ฝายแล้ว คาดว่าวันที่ 5 ธันวาคม 2550 จะครบหรือเกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้ เพราะเปิดโอกาสให้ชาวบ้านสมัครใจเข้าร่วมโครงการเอง เราแค่กระตุ้นให้เขาเห็นคุณค่าของการทำฝาย ทำให้ชุมชนภาคภูมิใจ 

        “ฝายลักษณะนี้จะอยู่ได้ 3 ปี แต่หากซ่อมแซมไปเรื่อย ๆ ตามภูมิปัญญาท้องถิ่น บวกกับวิธีการที่ได้รับจากเชี่ยวชาญก็จะคงทนรักษาต้นทางของดิน น้ำ ป่า หล่อเลี้ยงชีวิตคนไทยไปได้อีกนาน” 

        สนใจบริจาคถุงปุ๋ย หรือนักเรียน นักศึกษาต้องการร่วมลงแรง สมัครได้ที่ ต.สะเมิงใต้ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ โทร.0-5348-7105 หรือ 08-1765-1532 

        จะได้ร่วมกันภาคภูมิใจที่ได้ทำฝายถวาย “พ่อ” ของแผ่นดิน 

 
 
The wilderness society organization of Thailand
236/2 Moo. 5 Chiang Mai - Lumphun Rd T. Yangneung A. Sarapee Chiang Mai 50140
Tel 66-081-7842076 ,66-093-3361995
http://www.wilderness-thailand.com Email:
palakname@hotmail.com
องค์การป่ารักษ์น้ำแห่งประเทศไทย
236/2  หมู่ 5  ถ. ชม.-ลพ. ต.ยางเนิ้ง  อ.สารภี  จังหวัดเชียงใหม่  50140
Tel 66-081-7842076 ,66-093-3361995
http://www.wilderness-thailand.com Email:
palakname@hotmail.com

ฉ 2010-2017 The wilderness society organization of Thailand.  Webdesign By Rachada Srepaotong